ARAGON...An Opportunity To Truly Change Your Financial Future And Unleash Your Potential Starting Right Now...

ไม่ใช่เพียงแค่..ทีมงาน แต่เป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับ ARAGON คุณพร้อมร่วมสร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จให้กับตัวเอง อีกครั้ง หรือยัง?...

การลงทุน ที่คุ้มค่าที่สุดในโลก คืออะไร?

คุณคิดว่า การลงทุน ที่คุ้มค่าที่สุดในโลก ซึ่ง เหล่ามหาเศรษฐีระดับโลกนั้นต่างเห็นตรงกันคืออะไร?
หุ้นเหรอครับ? ไม่ใช่หรอก
อสังหาริมทรัพย์? ก็เข้าท่าครับ แต่ก็ยังไม่ใช่
หรือว่าจะเป็นทองคำ สิ่งที่มีค่าอยู่เสมอไม่ว่า เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร? ก็ยังไม่ถูก

ผมขอเฉลยนะครับ ว่าคืออะไร
การลงทุนที่มีค่าที่สุดในโลกก็คือ “การลงทุนในตัวคุณ” นั่นเอง
ทำไมน่ะเหรอครับ? เพราะสิ่งที่ทำให้ คนคนนึงนั้น ร่ำรวย ไม่ใช่ “เงิน ทอง หรือทรัพย์สิน
นอกกาย”
แต่เป็น “ความสามารถที่จะหาสิ่งเหล่านี้มาต่างหาก” ซึ่งมันก็อยู่ในความคิดของเรานั้นเอง
เพราะเงินนั้น ไม่ได้ทำให้ใครรวยครับ ถ้าเงินทำให้คนคนนึงรวยขึ้นมาได้
เราคงไม่ต้องเห็น คนที่ถูกลอตเตอรี่ แล้ว ต้องไปนอนใต้สะพานในเวลาต่อมา
หรือนักกีฟาเหรียญทอง ตกอับ ยากจนยิ่งกว่าตอนแรกเริ่มซะอีก
เหตุการณ์ เหล่านี้ เกิดขึ้น เพราะ คนเหล่านี้”ไม่มีความสามารถ ที่จะจัดการกับเงินจำนวนมาก”
ในทางกลับกัน ผมขอ พูดถึง มหาเศรษฐี ระดับโลก 2 ท่าน
คนแรก คือ เฮนรี่ ฟอร์ด ผู้ก่อตั้ง ฟอร์ด ซึ่งเคยโดนนักข่าวถามว่า
“ถ้าคุณสูญเสียเงิน ไป 1 พันล้าน(ดอลลาร์) ไปในวันนี้คุณจะเป็นยังไง?”
คำตอบของเฮนรี่ ฟอร์ด คือ “ผมจะหามันกลับมาได้ภายใน 5 ปี ”
อีกท่านคือ โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์
ผู้ซึ่งเคย ล้มละลาย ติดหนี้สิน หลายร้อยล้าน ดอลลาร์
แต่สุดท้าย ก็สามารถ กลับมายืนหยัดได้ (แถมรวยกว่าเดิมหลายเท่า)
คนเหล่านี้ไม่ได้มีปีกครับ วงแหวนบนหัวก็ไม่มี มี 2 แขน 2 ขาเหมือนเราๆท่านๆ
แต่สิ่งที่ทำให้คนเหล่านี้มีรายได้ระดับมหาเศรษฐี ก็เพราะ “ความสามารถในการหาเงิน
ในระดับมหาเศรษฐี” นั่นเอง

ที่มาของบทความ “จาก คุณ ชยกร ทรัพย์เพิ่มเสถียร เพื่อนนักธุรกิจเครือข่ายท่านหนึ่ง”
—————————-
และวันนี้ …เราพร้อมหรือยัง ที่จะฝึกฝน”ทักษะความสามารถ” ….พัฒนา”ความคิด”…ปรับเปลี่ยน”อุปนิสัย” …เพื่อที่จะไป ให้ถึงเป้าหมายร่วมกัน…โดยไม่ว่าเป้าหมายท่านจะเป็นอะไร อย่างไร …โมเดลธุรกิจเครือข่าย (MLM) ก็มีให้ท่านทั้งหมดทุกอย่าง…ทุกอย่างจริงๆ
ท้ายสุด ผมอยากจะบอกเล่าว่า  ผมยินดีต้อนรับทุกท่าน เพื่อแบ่งปัน แนวคิด สร้างธุรกิจเครือข่ายสีขาวของไทย ให้เจริญเติบโต ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ..

เรียนรู้การสร้างธุรกิจเครือข่าย MLM  แนวใหม่ที่แตกต่าง เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน ..คลิกที่นี่..
http://1190.aragonworld.net อรากอน, aragon mlm aragon network marketing
ชอบบทความนี้ คลิก +1 ให้เลย..MLM, การลงทุน, การลงทุนทองคำ, การลงทุนในทองคำ,การลงทุนในกองทุนรวม,การลงทุนในหุ้น,หารลงทุนระหว่างประเทศ,การลงทุนระยะสั้น,การลงทุนในต่างประเทศ,การลงทุน คือ ARIIX, ธุรกิจเครือข่าย, ธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทย,ธุรกิจเครือข่ายมาแรง,ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร,ธุรกิจเครือข่ายที่ดีที่สุด,ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์, ธุรกิจเครือข่ายเปิดใหม่, MLM, Network marketing

ทำไมผมถึงต้องทำ MLM (MLM-Multi Level Marketing)?

เมื่อก่อนที่ผมจะรู้จักธุรกิจเครือข่าย (MLM- Multilevel Marketing) แบบจริงๆ ผมก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาทำ เมื่อพิจารณาจากคนขายของ ในธุรกิจเครือข่าย ที่ผมรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ ที่ทำงาน เพื่อนๆ ของคุณแม่ ป้า น้า อา ต่างๆ ผมไม่ชอบงานขายของแบบนี้
แตเมื่อผมมีโอกาสได้รู้จักกับธุรกิจเครือข่าย นี้จริงๆ จากนักธุรกิจเครือข่ายมืออาชีพ กับผลลัพธ์ที่เขาได้รับ มากกว่าเรื่องของเงินๆ ทองๆ
ผมคิดว่าธุรกิจนี้มันมีเสน่ห์ ในตัวของมันเอง… ผมจึงอยากจะแบ่งปันเล็กๆ น้อย ในเรื่องนี้ ใน BLOG ของผม

1. ธุรกิจ MLM คือ Win – Win Business เพราะเมื่อคนที่คุณแนะนำมาทำธุรกิจ MLM สำเร็จคุณในฐานะผู้แนะนำจึงจะสำเร็จไปด้วย

2. ธุรกิจ MLM คือ No – Risk Business เป็นธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง เพราะมีขนาดเงินลงทุนต่ำ แต่ใช้ความสัมพันธ์ที่สูง ใช้เวลาพอสมควร โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนสร้างทรัพย์สิน อาคาร, อุปกรณ์, ที่ดิน แต่คุณกำลังสร้าง ทรัพย์สินคือ เครือข่ายประชากร (People Assets) ที่ผูกโยงกันด้วยความสัมพันธ์ และได้ผลตอบแทนจากทรัพย์สินบนบันทึกข้อตกลง ผลประโยชน์ร่วมกัน !
และผลตอบแทนนี้ได้มาจาก ผลรวมของทั้งเครือข่าย บางคนเรียกผลตอบแทนนี้ว่า Passive Income
(รายได้ที่ไม่ต้องลงแรงด้วยตนเอง แม้ว่าคุณจะหยุดทำงาน แต่รายได้ ของคุณยัง เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา)

3. ธุรกิจ MLM เป็นธุรกิจที่คุณสามารถเลือกเวลาทำงานตามใจปรารถนา ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน 8.00 น. ไม่ต้องตอกบัตรออกงาน 17.00 น. ไม่ต้องยื่นใบลากิจ, ลาพักร้อนกับใคร นอกจากขออนุญาตตัวเอง! เป็นเจ้านายงานในเวลาของตนเอง (Time Freedom) นั่นคือมีอิสรภาพทางเวลา !

4. ธุรกิจ MLM เป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในทิศทางใหม่ของโลก เพื่อให้คุณได้มีเวลา อยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น (Home Based Business) เพราะ ธุรกิจ  MLM นี้ทำบนโต๊ะอาหารภายในบ้านของคุณ และบ้านของคนใน เครือข่ายได้

5. ธุรกิจ MLM เป็นระบบที่เสริมสร้างโอกาสให้ ทำงานร่วมกับ คนหลากหลาย อาชีพ, หลากหลายประสบการณ์, หลากหลายวัฒนธรรม (Multi Experience – Multi Profession – Multi culture) บนความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเจ้านาย – ลูกน้อง
ทุกคน คือ นักธุรกิจอิสระ (Distributor) ภายในระบบธุรกิจมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในวิชาชีพ องค์ความรู้ในผลิตภัณฑ์ จิตวิญญาณที่ปลุกพลังแห่งความสำเร็จ ลงไปเป็นชั้น ๆ ต่อ ๆ กัน ไม่รู้จบ

6.  ธุรกิจ MLM เป็นธุรกิจที่ต่อเชื่อมคุณเข้ากับธุรกิจข้ามชาติระดับโลก คุณไม่ต้องสร้างระบบใหม่ ด้วยตนเอง แต่ดำเนินตาม, ปฏิบัติตามแบบแผน ธุรกิจ (Business – format) ที่วางไว้อย่างดีเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก (บางคนเรียกว่าเครือข่ายของแฟรนไชส์ ระดับเล็กๆ หรือระดับบุคคล มาผูกโยงเชื่อมกัน (Network of Micro or Personal Franchisee) แต่ไม่ต้องจ่ายค่ารอยัลตี้ (Royalty fee) ใดๆ เลย

7. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่มีผลกำไรงอกเงย ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง/วัน ตลอด 365 วัน/ปี แม้คุณเองจะหยุดพักผ่อน, หยุดพักร้อน เพราะเวลาทำงานภายในเครือข่ายของคุณ อาจอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่คุณนอนหลับ
หรือขณะที่คุณหยุดพักร้อน

8. ธุรกิจ MLM เป็นระบบธุรกิจเดียวที่ผลงานแห่ง ความพากเพียร ของคุณ วันละ 2 ชั่วโมง สามารถทวีคูณไปเป็น วันละ 2,000 ชั่วโมง, 20,000 ชั่วโมง…. แปรผันตามความใหญ่โตของ เครือข่ายของคุณ
และ เมื่อคุณสามารถสร้างสินทรัพย์ (People Assets) เครือข่ายอย่างมีคุณภาพ คุณก็สามารถทำงาน เต็มที่เพียง 3 – 5 ปี เพื่อรับบำนาญติดต่อกันไปตลอดชีวิต

  • หาก คุณเป็นลูกจ้าง (Employee) มีรายได้จาก เงินเดือนเป็นหลัก คุณอาจต้องทำงาน 35 ปี (60-25) เพื่อรอกินบำนาญเพียงเล็กน้อยต่อไป 5-15 ปี (หลังอายุ 60ปี)
  • หากคุณเริ่มงานด้วยเงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ 7,000 บาท และโชคดีเงินเดือนของคุณ ได้รับการปรับเพิ่มทุกๆ ปีๆ ละ 5-10% เมื่อทำงานติดต่อกันถึง 35 ปีคุณจะได้รับเงินจากผลงานทั้งชีวิต (420 เดือน)รวมประมาณ 7 ล้านบาท

แต่คุณทราบไหม? ว่า เงิน 5 ล้านบาทนี้ คุณอาจสร้างขึ้นได้จากธุรกิจระบบเครือข่าย ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี หรือไม่ถึง 5 ปี  (หากครบองค์ 5 : บริษัทมั่นคง, ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี แผนธุรกิจดี, แนวโน้มเศรษฐกิจเอื้ออำนวย, อยู่ในเวลาและโอกาสอันเหมาะสม)
ผมคิดว่า ถ้าธุรกิจ MLM ไหน มันไม่ใช่แบบนี้ ผมคิดว่าธุรกิจนั้น น่าจะเข้าข่ายธุรกิจแชร์ลูกโซ่ (Money Game) มากกว่า ซึ่งผมเจอเยอะมากในโลก อินเตอร์เน็ต

ต้องการรู้จักกับธุรกิจ MLM ที่ผม ทำอยู่ ..>>คลิกที่นี่<<..

http://1190.aragonworld.net mlm,  ธุรกิจ, aim star, unicity, เอมสตาร์, แฟรนไชส์, แอมเวย์, เครือข่าย,  เอเจล,การตลาดออนไลน์, รายได้เสริม, เครือข่ายขายตรง, mlm,  ธุรกิจ, aim star, unicity, เอมสตาร์, แฟรนไชส์, แอมเวย์, เครือข่าย, unicity thailand, ธุรกิจ ขายตรง,เครือข่ายม เอเจล, ธุรกิจ mlm, ธุรกิจขายตรง, mlm คือ, mlm online, mlm thai, thai mlm, การตลาดออนไลน์, mlm คืออะไร, mlm thailand ,monavie thailand, ขายตรงมาแรง, เว็บ mlm, mlm ไทย, mlm online school, ธุรกิจ เครือ ข่ายmlm,บริษัท mlm, mlm ใหม่, ระบบ mlm, ขายตรงมาใหม่, mlm expert, งานmlm, mlm siam, mlm ranking, โปรแกรม mlm, mlm info, ร้านแฟรนไชส์, ธุรกิจ mlm คือ, แผน mlm, ธุรกิจ mlm,  ธุรกิจ, aim star, unicity, เอมสตาร์, แฟรนไชส์, แอมเวย์, เครือข่าย,  เอเจล,การตลาดออนไลน์, รายได้เสริม, เครือข่าย, อรากอน ARAGON อรากอน ARAGONworld ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ (Money Game) ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ (Money Game)

ARAGON Business School : MLM คืออะไร ตอน3

“งานขายตรง”

เข้ามามีบทบาทกับการทำธุรกิจในประเทศไทยอย่างมาก  เพราะเมื่อวันเวลาเปลี่ยนแปลงไป ก็มักมีสินค้าใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย สินค้าบางอย่างที่คนรู้จัก ราคาไม่แพงมากนัก ถ้าเป็นสินค้าที่คนต้องการอยู่แล้ว เจ้าของสินค้าก้อาจนำไปวางขายในห้างสรรพสินค้า คนก็อาจมาหามาซื้อเอง

แต่สินค้าบางอย่าง ที่คนยังไม่รู้จัก หรืออาจรู้จักตัวสินค้า แต่ไม่รู้จักไม่เคยได้ยินยี่ห้อนี้ตรานี้มาก่อน ถ้าจะใช้วิธีนำไปวางขายตามห้างให้คนมาหยิบมาซื้อ คงยาก ยิ่งถ้าเป็นสินค้าใหม่ ๆ การขายยิ่งจำเป็นต้องมีการอธิบาย เรียกว่าเป็นสินค้าที่ไม่สามารถขายตัวมันเองได้ในตัว ต้องใช้วิธีนำสินค้าไปเสนอให้กับลูกค้าเป้าหมาย โดยอาศัยพนักงานขาย บริษัทก็ยิ่งจำเป็นที่จะต้องหาพนักงานมาช่วยอธิบาย มาทำหน้าที่ขายสินค้าเหล่านี้โดยตรง

เราจึงเรียกนักขายกลุ่มนี้ว่า พนักงานขายตรง  บางท่านได้ยินแล้วก็อาจจะฟังดูแปลกหูไปหน่อย อะไรกันนะ พนักงานขายตรง…เพราะเราอาจจะไม่ชินกับคำ ๆ นี้เท่าไร

แต่ถ้าผมเอ่ยอีกคำ ท่านอาจจะต้องร้องอ๋อ….เพราะเราอาจชินกับการเอาคำฝรั่งมาพูดแทนคำว่า พนักงานขายตรงมากกว่า คำนั้นคือ Direct Sales อ่านว่า ไดเร็กเซลส์ นั่นเอง

ไดเร็กเซลส์ … เป็นคำที่เมื่อเราได้ยินแล้ว ค่อนข้างจะเข้าใจและนึกภาพออกว่าหมายถึงอะไร ทั้งที่อาจจะเป็นเพราะเขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงคำว่า นักขาย จึงหันมาใช้คำภาษาฝรั่งให้มันดูโก้ คือ “ไดเร็กเซลส์” เพราะฟังแล้วเข้าทำกว่าคำว่า “พนักงานขายตรง” เยอะเลย

แต่ก่อน ไดเร็กเซลส์ หรือพวกที่ทำงานเป็นพนักงานขายตรงส่วนใหญ่ มักจะเป็นพนักงานที่มีเงินเดือนประจำ คือ นอกจากจะมีรางวัลการขายเป็นค่านายหน้าแล้ว ก็จะมีเงินเดือนเป็นรายได้ประจำด้วย หมายถึง แม้ขายไม่ได้ ก็ยังได้เงินค่าแรง แต่อาจจะไม่มากมายอะไรนัก

เวลาต่อมา จะเป็นด้วยว่าคนตกงานอยู่มาก หรือมีสินค้าที่ขายง่ายมากขึ้นหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ เถ้าแก่หัวใสบางท่านจึงคิดว่า การจ้างคนมาขาย ถ้าขายได้ คนขายก็จะได้ทั้งเงินเดือนและค่านายหน้า แต่ถ้าขายไม่ได้ อย่างน้อยคนขายก็ยังได้เงินเดือน ส่วนเถ้าแก่ก็แย่ เพราะถ้าขายไม่ได้ก็ยังต้องจ่ายเงินเดือนอีก เจอคนขายขยันก็ดีไป เจอเอาคนขี้เกียจล่ะก็ อย่างนี้ก็มีแต่เจ๊ากับเจ๊งเท่านั้นเอง

ดังนั้น ถ้าเรามั่นใจว่าสินค้าเราขายไม่ยากอยู่แล้ว เราเปลี่ยนวิธีการจ่ายค่าตอบแทนการขายดีกว่า เอาเป็นว่าไม่ต้องมีเงินเดือนให้ และเปลี่ยนไปเป็นจ่ายค่านายหน้าสูง ๆ โดยเอาเงินเดือนที่ต้องจ่ายไปรวมเป็นค่านายหน้าดีกว่า เช่น

พนักงานขาย เงินเดือนเฉลี่ยวันละ 100 บาท มีเป้าให้ขายของให้ได้วันละ 10 ตัว และจะจ่ายค่านายหน้าให้ตัวละ 2 บาท ถ้าขายได้ครบ 10 ตัว เถ้าแก่ก็มีค่าใช้จ่ายคือ จ่ายส่วนของเงินเดือน วันละ 100 บาท เฉลี่ยแล้วก็คือ ตัวละ 10 บาท เมื่อบวกค่านายหน้า 2 บาท รวมแล้วเท่ากับว่าต้องจ่ายเป็นตัวละ 12 บาท

แต่ถ้าพนักงานขายคนนั้น ทำหรือขายไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้  เช่น เกิดขายได้เพียง 5 ตัว อย่างไรเสีย  เขาก็คงได้เงินเดือนเต็ม ๆ คือวันละ 100 บาทอยู่ดี ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เท่ากับว่า เถ้าแก่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการขายถึงตัวละ 20 บาท เมื่อรวมกับค่านายหน้าอีกตัวละ 2 บาท รวมแล้วเถ้าแก่ต้องจ่ายค่าการขายถึงตัวละ 22 บาททันที

เมื่อเป็นเช่นนี้ เถ้าแก่จึงเกิดแนวความคิดว่า ถ้าสินค้าขายไม่ยาก เราน่าจะเลิกจ้างพนักงานขายแบบเก่า และจ้างคนขายมาใหม่ โดยไม่มีเงินเดือนประจำดีกว่า เถ้าแก่จึงประกาศรับคนมาขายใหม่ พร้อมมีเทคนิคในการพูดถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยความใจกว้างของตัวเองไปว่า

“ต่อไปนี้ การจ่ายค่านายหน้า ตัวละ 2 บาท มันยังน้อยเกินไป ผมเป็นคนใจป้ำ จึงเสนอใหม่ ผมจะจ่ายให้เพิ่มขึ้นเป็นตัวละ 12 บาทเลย”

เมื่อได้ยินแบบนี้ ลูกจ้างเก่าก็ร้องเฮลั่นร้าน ชื่นชมถึงความใจป้ำของเถ้าแก่ แต่พอสิ้นเสียงเฮ เถ้าแก่ก็พูดต่อว่า “แต่ต้องไม่มีเงินเดือนนะ” บางคนฟังแล้วคงอยากจะเตะตาแป๊ะสักป้าบ ไม่เห็นมันจะใจดีตรงไหนเลย มันก็จ่ายเท่าเดิม นอกจากนี้มันไม่ต้องเสี่ยงอีก

ความจริงแล้ว ถ้าคิดคำนวณกันให้ดี การเปลี่ยนแปลงวิธีแบบที่เถ้าแก่แกทำนี้ ทั้งเถ้าแก่และพนักงานขาย ต่างคนต่างก็ได้มาคนละอย่าง ซึ่งว่าไปแล้ว มันก็ยุติธรรมดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย ท่านพอมองออกหรือไม่ว่า ต่างคนต่างได้อะไร

วันถัดไปผมจะเล่าต่อ นะครับ ว่ามันยุติธรรมกันทั้งสองฝ่ายอย่างไร?
เรียนรู้การทำตลาดออนไลน์ ง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว  …คลิกที่นี่…  ขายตรง,ขายตรงมาแรง,ขายตรงมาใหม่,ขายตรงใหม่,ขายตรงน้องใหม่,ขายตรงเปิดใหม่2011Ariix, MLM, ธุรกิจเครือข่าย, network marketing,กิฟฟารีนคลีนิค, ขายตรง mlm, ค้าขาย, งานพิเศษ, งานพิเศษทำที่บ้าน,งานออนไลน์ ไม่ต้องลงทุน, จุดเด่นของธุรกิจ จุดเด่นของธุรกิจเครือข่าย, จุดเด่นธุรกิจเครือข่าย, ทำไมต้องทำธุรกิจ, ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย, ทำธุรกิจที่บ้าน,  ทำธุรกิจส่วนตัว, ทำธุรกิจส่วนตัวอะไรดี, ทำธุรกิจออนไลน์, ทำธุรกิจเล็กๆ MLM ARAGON อารากอน aragonworld aragon aragonworld54  mlm MLM ARAGON MLM

Content Protected Using Blog Protector By: PcDrome.